รีวิว Gaggan ร้านอาหารอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 Asia 3 ปีซ้อน!

หลังจากจองร้านที่เรียกได้ว่าจองได้ยากมากร้านหนึ่ง ในที่สุดก็ได้เวลาที่จะได้ไปรับประทานอาหารร้านที่เรียกว่าที่สุดในตอนนี้ของ Asia และต้น ๆ ของโลกแล้วกับ ร้าน Gaggan ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นมื้อเย็นที่เรียกความน่าตื่นเต้นได้ตลอดเวลา

ร้าน Gaggan นั้นถูกก่อตั้งโดยเชฟ Gaggan Anand ซึ่งมีประวัติที่น่าสนใจมาก เพราะเติบโตจากครอบครัวที่ยากจนในอินเดียที่พ่อแม่พยายามทุกอย่างที่จะให้ชีวิตลูกได้ดี ซึ่งเชฟ Gaggan ได้ฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายตั้งแต่ไม่มีเงินติดตัวเลยที่อินเดีย จนได้พี่ชายตัวเองชวนไปเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่บริษัทที่พี่ชายทำงานอยู่ จนไปเตะตานักลงทุน ซึ่งเลยชวนเชฟ Gaggan มาทำงานร้านอาหารในประเทศไทยชื่อ Red ซึ่งเป็นร้านอาหารอินเดียด้วยความหลงใหล่ในการทำอาหารแนว Molecular Gastronomy ทำให้ Gaggan ในยุคนั้นสร้างอาหารที่แตกต่างจากที่ร้านอาหารอินเดียเคยทำมา ซึ่งมีนักวิจารณ์อาหารได้มาชิมและแนะนำให้ Gaggan ไปซื้อหนังสือ A Day at elBulli ซึ่งทำให้ Gaggan เขียนจดหมายขอ ไปฝึกงานที่ร้านอาหาร elBulli (มิชิลิน 3 ดาว) ซึ่งได้เชฟ Ferran Adrià ในการสอนเรื่องการทำอาหารแนว Gastronomy ออกมา และเมื่อกลับมาประเทศไทยก็กลับมาเปิดร้าน Gaggan ที่ได้นำความรู้ที่ได้มามาสร้างอาหารอินเดียแนวใหม่ ซึ่ง Gaggan เรียกว่า Progressive Indian Cuisine (ใครสนใจสามารถดูได้ที่ Chef’s table Season 2)

ด้วยความสร้างสรรค์ของเชฟ Gaggan นั้นและการพัฒนาอย่างที่ไม่สิ้นสุด ทำให้ร้าน Gaggan กลายเป็นร้านอันดับ 7 ของโลก !!! ในปี 2017 และอันดับ 1 ของ Asia จากการจัดอันดับของ World’s best restaurant ซึ่งร้าน Gaggan นั้นเป็นอันดับ 1 ในเอเซีย 3 ปีซ้อนอีกด้วย ทั้งนี้ร้าน Gaggan ถ้าจะไปควรจะจองล่วงหน้าไว้เพราะร้านนั้นจะเต็มเป็นระยะยาวอย่างมาก

IMG_0987.jpg

ร้าน Gaggan ตั้งอยู่บริเวณหลังสวน ใกล้ ๆ ฝั่งสวนลุมพินี หน้าซอยจะมีป้ายร้าน Gaggan ติดอยู่ เข้าไปจะเจอบ้านหลังหนึ่งตั้งอย่างอบอุ่นรออยู่ ในฝั่งตรงข้ามก็มีร้านอาหารสาขาของ Gaggan ที่ชื่อ Ga ตั้งอยู่ในซอยเดียวกัน

IMG_0990.jpg

เข้าไปในร้าน จะรู้สึกเหมือนมาบ้านโบราณ ที่มีการจัดร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ สามารถนั่งคุยหรือสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษของอาหารนี้ได้อย่างเต็มที่ IMG_0992.jpgIMG_0991.jpg

ทางร้านจะมีบริกรที่จะมาประจำในการให้การบริการและคำแนะนำในอาหารต่าง ๆ ซึ่งทำให้แขกที่มาทานนั้นจะรู้สึกเหมือนกำลังไปเที่ยวประเทศอินเดียผ่านไกด์เลย ซึ่งทางบริกรร้านได้เล่าว่าร้าน Gaggan ในตอนนี้จะเสริฟ์อาหารเป็นราคาเดียวที่ 5000++ ซึ่งจะประกอบด้วย 25 เมนู และมาเป็นคำ ซึ่งเมนูส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีรับประทานโดยใช้มือหยิบทานเลย โดยทางร้านจะมีการเปลี่ยนเมนูทุก ๆ 3 เดือน และทางร้านจะมี gimmick คือมีเมนูอาหารให้ดูว่าทั้ง 25 เมนูนั้นเป็นรูปแบบ Emoji โดยให้เราสามารถเดาหรือลองทายว่าเมนูที่กำลังรับประทานนั้นประกอบด้วยอะไร ซึ่งจะสร้างความประหลาดใจในการรับประทาน ซึ่งถ้าใครไม่คุ้นชินจะไม่ชอบ

IMG_0998.jpg

เริ่มต้นเมนูแรกเรียกว่า Pan Leaf Chiili jam เป็นใบผักชุบแป้งทอดโรยด้วยแยมซอสพริก อันนี้รู้สึกละลายในปากใบรสชาตเหมือนใบผักที่คุ้นมาก ๆ รสชาตเผ็ดปลายลิ้นนิดหน่อย IMG_1001.jpg

IMG_1007.jpg

เมนูที่เสริฟ์พร้อมกันคือเมนู Signature ของร้าน มีชื่อว่า ‘Yogurt Explosion’ ซึ่งเป็นเมนูที่เชฟ Gaggan ได้ไอเดียมาจากตอนไปฝึกงานที่ร้าน elBulli ที่มีเมนูที่คล้ายกันแบบนี้ทางเชฟ Gaggan เลยประยุกต์เมนูนี้มาลองสร้างสรรค์ด้วยการใช้โยเกิร์ตอินเดีย ตัวโยเกิร์ตจะถูกห่อหุ้มไว้ด้วยการใช้ Calcium ทำให้ด้านนอกจะรักษารูปทรงเอาไว้ได้ (ลองอ่านวิธีทำ) รสชาตอันนี้พอเข้าปาก จะมีการแตกระเบิดของโยเกิร์ตในปากจริง ๆ เหมือนการดื่มนมเปรี้ยวเลย IMG_1002.jpg

IMG_1006.jpg

เมนูถัดมาเรียกว่าต้มยำกุ้ง เรียกได้ว่าต้มยำกุ้งแห้ง โดยมีหัวกุ้งที่ปรุงโดยสามารถทานได้ทั้งหัวห่อด้วย Rice paper ที่ละลายได้ในปาก ซึ่งจะมีทางเชฟของ Gaggan มาหยอดซอสต้มยำลงไป รสชาตเหมือนรับประทาน Snack รสชาตต้มยำกุ้งจริง ๆ

IMG_1013.jpgIMG_1012.jpg

เมนูถัดมาคือ Egg plant cookies หรือคุกกี้มะเขือยาว ข้างบนมีซอสเครื่องเทศแกงกะหรี่อยู่ รสชาตเหมือนรับประทานขนมผิงรสมะเขือรสเครื่องแกงเข้าไป IMG_1125.JPG

ถัดมาคือเมนู Chilli bonbon เป็น Chocolate ไส้เครื่องแกงผสมพริก รสชาติหวาน ขม เผ็ด มัน อย่างน่าประหลาดใจเลยจริง ๆ IMG_0415 2.jpg

เมนูนี้เป็นเมนูที่ทางร้านจะให้ทายว่าส่วนผสมคืออะไรก่อนรับประทานและจะมาเฉลยหลังจากรับประทานเข้าไป ซึ่งทางร้านเรียกว่า Secret Mushroom ซึ่งเป็น burrito matcha ซึ่งรสชาตเหมือนมีซอสมัน ๆ ผสมอยู่ด้านในรสชาตปนกับชาเขียวมัทฉะและใบบัวบกที่อยู่ใส่อยู่ด้านบน ซึ่งเมื่อเฉลยต้องตกใจเลยทีเดียวว่าสิ่งนี้รสชาตอย่างนนี้นี่เอง (ถ้าอยากรู้ต้องไปลองเอง) IMG_1020.jpg

เมนูต่อมาเรียกว่า Idli sambar ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นทางใต้ของอินเดีย เป็นเมนูแป้งข้าวกับซอสแกง Sambar ที่ตีโฟมขึ้นมา ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของอาหารที่ปกติจะทานเป็นอาหารเช้าและเย็น มาเป็นอาหารว่างได้ รสชาตเป็นเหมือนทานแป้งหวาน ๆ ตัดกับแกงกะหรี่แบบหนึ่งของอินเดีย โดยโฟม Sambar นั้นฟูในปากเลยทีเดียว

IMG_1025.jpg

เมนูถัดมาเป็น Surprise menu เช่นกันเป็น chocolate coconut ที่ข้างนอกโรยด้วยเนื้อมะพร้าวโดยมีเปลือก Chocolate ที่ผสมเครื่องในสัตว์ลงไป ถ้าใครรับประทานอาหารฝรั่งเศสบ่อย ๆ จะเดาได้ทันทีว่าข้างในคืออะไร (โต๊ะฝรั่งที่มาทานนี้ทายถูกเลย) รสชาตหวานมันเลยครับอันนี้ IMG_1028.jpg

เมนูนี้เป็นการตีความของเชฟ Gaggan ในแบบใหม่อีกเช่นกัน โดยการผสมผสานความเป็นอินเดียกับอเมริกันเข้าด้วยกันออกมาเป็น Burger สไตล์ทางร้าน ซึ่งแทนที่จะใช้เนื้อวัว แต่นี้จะใช้เนื้อ Kebab จากแกะแทน รสชาตอร่อยมากขนมปังที่ทางร้านทำนุ่มกำลังดีกับเนื้อเคบับ IMG_1029.jpg

เมนูนี้เป็นเมนู  Tacos จิ๋วกรอบ จริง ๆ เป็นเหมือนแป้งเกรียบเล็ก ๆ กรอบ ๆ มีไส้ในเป็นเนื้อปลา Akami ยำ ใส่เข้าไป รสชาตกรุ๊บกรอบ สดชื่นเย็น ๆ ด้วยเนื้อปลา Akami แบบการทานปลาดิบเลย IMG_1032.jpg

เมนูนี้เป็นเมนู Yuzu Mashmellow ที่มีไส้เป็น ฟัวกรา นั้นเอง รสชาตเปรี้ยวหวาน เหนียวหนุบ และมีความเข้มข้นของฟัวกราอย่างมากเข้ามา เมื่อทานแล้วอยากได้อีกชิ้นจริง ๆ IMG_1036.jpg

เมนูนี้เรียกว่า Fish Cheese cake โดยการเอาปลามาทำเป็นชีสเค้กมีเครื่องเทศแกงอินเดียเป็นเหมือนแยมบนหน้าเค้กนั้นเอง รสชาตินิ่ม ๆ และได้เครื่องแกงเต็มปากเลยจริง ๆ IMG_1041.jpg

เมนูนี้เป็น Surprise Menu อีกจานเป็นเหมือนอาหารญี่ปุ่นมา เรียกว่า Unagi Roll จิ้มลงมาในเมล็ดงาคั่ว รสชาติของหอยเม่นตัดกับห่อสาหร่ายที่ไม่ใช่สาหร่าย ซึ่งเมื่อรู้ว่าทำมาจากผักชนิดนึงจะอึ้งมากว่าเอามาทำแบบนี้ยังไง รสชาตมัน ๆ ซ่า ๆ สดชื่นเลยทีเดียว IMG_1044.jpg

เมนูนี้เป็นเมนูสุดท้ายก่อนจะเข้า Main Course ซึ่งผมคิดว่าเป็นเมนูที่รสชาตเข้มข้นมากในบรรดาที่รับประทานมา เป็น Chutoro Sushi ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของเชฟ Gaggan เช่นกันเพราะซูชินี้ไม่มีข้าว แต่เป็นเนื้อแป้งแบบหนึ่ง ทานแล้วได้ความมันของปลาทูน่าอย่างเต็มที่มาก ๆ IMG_1053.jpgIMG_1051.jpg

จากนี้คือเมนูที่จะคั่นระหว่าง Appetizer และ Main Course เข้ามา เป็น Matcha ที่ทำมาจากมะเขือ หน่อไม้ฝรั่ง และแตกกวาผสมกัน ซึ่งทางร้านนั้นจะมาชงที่โต๊ะให้ได้ดื่มกันเลย ช่วยกระตุ้นให้สามารถตื่นตัวเพื่อที่จะรับประทานเมนูหนัก ๆ ได้ต่อไปทันที

IMG_1060.JPGIMG_1064.jpg

เริ่มเมนู  Main Course แรกเรียกว่า Pork vindaloo เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคตะวันตกของอินเดีย โดยเชฟ Gaggan ทำออกมาเป็นแป้งห่อหมูไส้แกงอินเดียทอดชุบเกล็ดขนมปังทอดโรยด้วยถั่ว ซึ่งมีรับประทานจะมีไส้แกงร้อน ๆ ออกมา เหมือนทานขนมปังไส้แกงกระหรี่ของญี่ปุ่นอย่างมาก รสชาตอร่อยแกงอินเดียผสมกับหมูด้วย

IMG_1072.jpg

IMG_1068.jpg

เมนูนี้เป็นเมนูที่เรียกว่า Scallops uncooked Curry เป็นเมนูหอยเชลล์สดผสมซอสเครื่องแกงมีครีมมะพร้าวอยู่ด้านบน พร้อมหอมเจียว อันนี้อร่อยมากครับ รสชาตเย็น ๆ มัน ๆ ของหอยผสมความหวานมันมะพร้าวตัดกับเครื่องแกงได้ดีเลยทีเดียว IMG_1073.jpgIMG_1074.jpg

Main Course ถัดมามีชื่อเรียกว่า Angry bird หรือ Quail Chettinad เป็นนกกระทา ที่มาทำสูตรแบบ Chicken  Chettinad ซึ่งเป็นอาหารของรัฐ  Chettinad ในอินเดีย ซึ่งจะแทนที่จะเป็นเมนูที่เหมือนแกงในแบบดั้งเดิม อันนี้ทางเชฟ Gaggan เอาเครื่องแกงมาทาแล้วย่างแบบเสียบไม้ลงในโอ่ง เพื่อให้ได้ความสุกที่พอดี รสชาตเหมือนไก่ย่างบางตาลแต่เนื้อมีความนิ่มมันอร่อยมาก ๆ

IMG_1077.jpgIMG_1079.jpgIMG_1080.jpg

เมนูนี้เป็น Cedar woods Paturi เป็นเนื้อปลากระพงห่อใบตองย่างด้วยไม้ Cedar  เพื่อให้ได้กลิ่นหอมออกมา รสชาตเหมือนห่อหมกปลาที่ไม่มีเครื่องแกง แต่มีเนื้อปลากระพงที่สดมากๆ คลุกเคล้าด้วยเครื่องแกงออกมา

vcvvIMG_1086IMG_1087IMG_1088

เมนูนี้เรียกว่า Outstanding dish ที่ World’s Best Restaurant ระบุไว้เรียกว่า : Charcoal เป็นเมนูที่น่าทึ่งที่สุด โดยเป็นปลาข้างในเป็นไส้ซอสหน่อไม้ฝรั่ง (วิธีการ)  รสชาตมีความล้ำลึกของอาหารมาก มีความกรอบด้านนอกและไส้ในของหน่อไม้ฝรั่งรวมกันจริง ๆ IMG_1089.jpg

IMG_1090.jpg

และนี้จะเป็นเมนูสุดท้ายใน Main Course เป็น Lobster Dosai โดยทำมาในรูปแบบ Tacos เช่นกัน ซึ่ง Dosai เป็นแป้งแพนเค้กของทางใต้อินเดีย มีความคล้ายเครปอย่างมาก ซึ่งเชฟ Gaggan เอามาทำในรูปแบบทาโก้พร้อมไส้กุ้งลอปสเตอร์แบบซอสเผ็ดทำให้ได้ความเผ็ดมันและเหนียวของแป้งได้อย่างดี IMG_1093.jpgIMG_1094.jpg

จบเมนู Main Course ไปแล้วก็จะเข้าสู่เมนูของหวานเริ่มต้นด้วย Beet root rose โดยการเอาบีทรูทมาผ่าและจัดแต่งให้กลายเป็นดอกกุหลาบขึ้นมา โดยมีฐานเป็นแป้งเค้ก IMG_1098.jpgIMG_1097.jpg

ของหวานถัดมา Curry mango chocolate เป็น Chocolate ขาวผสมกับแกงกะหรี่และมะม่วง ซึ่งรสชาติเป็นเหมือนไอศครีมเย็น ๆ ผสมมะม่วงรสแกงกะหรี่อย่างมาก IMG_1103.jpg

IMG_1104.jpg

เมนูนี้น่าจะเป็นเมนูที่คุ้นเคยกันดีคือ Black Forest เป็นไอครีมที่ทุกอย่างทานได้หมด เพราะทำมาจาก Chocolate นั้นเอง IMG_1105.jpg

IMG_1106.jpg

และนี้คือเมนูปิดท้าย เรียกว่า Mango Ghewar หรือ Ghevar เป็นของหวานของรัฐราชสถาน ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล Teej ซึ่งจะเป็นเค้กแป้งหวานโดยด้านบนจะมีมะม่วงพันธุ์มหาชนกอยู่ด้านบนและไส้ใน รสชาตหวานมาก ๆ และมันมาก ๆ สมเป็นการปิดท้ายเลยจริง ๆ IMG_1108.jpg

IMG_1112.jpgIMG_1113.jpg

ทั้งนี้พอจบเมนูจะมีการถามถึงเครื่องดื่มชา กาแฟ ซึ่งนี้จะไม่ได้รวมใน Course อาหารมาราคาจะคิดแยกต่างหาก IMG_1115.jpg

ทั้งหมดนี้เรียกได้เป็นการรับประทานอาหารที่เป็นดัง Orchestra จริง ๆ มีจังหวะขึ้นลงและผสมผสานของรสชาตอาหารต่าง ๆ แถมเหมือนได้ไปเที่ยวอินเดียผ่านอาหารทั้งหมดนี้ ทำให้ทุก ๆ คำนั้นจะมีความตื่นตาตื่นใจ และต้องคาดเดาหรือทายว่าอาหารนั้นจะเป็นอะไร ทำให้เกิดความสนุกอย่างมากในการรับประทานอาหารและได้ประสบการณ์อาหารที่เรียกว่า Progrssive Indian Cuisine ที่ทำในรูปแบบ Molecular Gastronomy ออกมา

ทั้งหมดนี้ค่าเสียหายอยุ่ที่ 6200 บาทต่อคน ใครสนใจก็ลองจองได้ที่ www.eatgaggan.com  

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s