Nahm ร้านอาหารไทยอันดับ 28 โลกปี 2017 ที่มีเชฟเป็นฝรั่ง

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้นมีการประกาศผลรางวัลอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกออกมา ซึ่งในประเทศไทยเองมี 2 ร้านที่ติดอันดับ Top 50 ของโลก นั้นคือร้าน Gaggan ของเชฟชาวอินเดีย Gaggan Anand ซึ่งทำอาหาร Progressive Indian Food ที่ได้อันดับ 7 ของโลก และร้าน Nahm ที่ทำอาหารไทยที่ได้อันดับ 28 ของโลก ซึ่งร้านนี้ไม่ธรรมดาเพราะมีเชฟเป้นคนต่างชาติที่ทำอาหารไทยเพราะใจรัก

IMG_0045.jpg

1393294455647.jpg

เชฟ David Thompson ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียผู้ตกหลุมรักอาหารไทยนั้น ได้มาท่องเที่ยวประเทศไทยในปี 1986 และหลงไหลเสน่ห์ของอาหารไทยอย่างทันที ทำให้เชฟ David Thompson เริ่มต้นศึกษาอาหารไทยอย่างจริงจังกับ คุณครูสมบัติ จันทร์เพชร ซึ่งมีคุณแม่เป็นห้องเครื่องในวังในอดีตมาก่อน และเชฟ David Thompson เองยังได้รวบรวมและศึกษาตำราอาหารไทยของตระกูลต่าง ๆ ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น ตำรับสายเยาวภา ตำรับแม่ครัวหัวป่าก์ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ และตำรับของ เจ้าจอมพิศว์ บุนนาค ซึ่งตำรับอาหารไทยเหล่านี้นั้นรวบรวมสูตรอาหารไทยชั้นสูงและอาหารไทยโบราณไว้มากมาย  นอกจากนี้เชฟ David Thompson ยังตระเวณซอกซอนไปยังแหล่งของกินต่าง ๆ ตามตลาดและร้านอาหารทั้งในกรุงเทพและต่สงจังหวัดเพื่อรวบรวมสูตรอาหารภาคต่าง ๆ หรือของอร่อยในแต่ละภาพเข้าด้วยกัน ด้วยสูตรอาหารเหล่านี้ทำให้เชฟ David Thompsonนำมาเขียนเป้นตำราอาหารของตัวเองและจำแนกได้ว่าอาหารไทยแบบไหนเหมาะกับการที่จะมาสร้างเป็นเมนูของตัวเอง โดยเฉพาะสูตรอาหารเก่าแก่ที่กำลังจะหายไป  ซึ่งเชฟ David Thompson เริ่มเปิดร้านอาหารไทยในออสเตรเลีย 2 ร้าน ในปี 2002 เปิดร้านอาหาร Nahm ที่โรงแรม Halkin ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งที่ร้านนี้เชฟ David Thompson ได้รับรางวัลจาก Michelin Star เป็นจำนวน 1 ดาวด้วยกัน

David-Thompson-804x1024

ร้าน Nahm จากประเทศอังกฤษ ทางเชฟ David Thompson ก็ได้มาเปิดร้านอาหารที่ประเทศไทย ที่เป็นแผ่นดินแม่ของอาหารไทย ที่โรงแรม Metropolitan ซึ่งตั้งอยู่ถนนสาธร ข้าง ๆ กับโรงแรม Banyan Tree โดยร้านอาหารควรจองล่วงหน้า และแต่งกายสุภาพในการรับประทาน ซึ่งที่ร้านอาหาร Nahm นี้จะบริการอาหารไทยตามตำหรับตำราอาหารไทยที่เคยเป็นมาอย่างแม่นยำ ไม่มีการฟิวชั่นอาหาร นอกจากการจัดจานหรือจัดวางองค์ประกอบที่ทำให้ดูดีในการบริการเพิ่มขึ้น ในร้าน Nahm ประเทศไทยนั้นจะบริการอาหาร 2 แบบ แบบแรกคือแบบชุดเมนู ราคา 2500++ (รวมน้ำดื่มจะประมาณ 3000 บาท) ซึ่งจะมาเป็น Canape 4 แบบ ยำหนึ่งจาน ซุปหนึ่งจาน เครื่องจิ้มหนึ่งจาน แกงหนึ่งจาน และของทอดหนึ่งจาน กับขนมหวาน ซึ่งถ้ามาเป็นหมู่คณะแล้วสั่งแบบชุด จะต้องสั่งยำ, เครื่องจิ้ม, แกง และของทอด ทั้งคณะได้อย่างเดียวเท่านั้น นอกจากแบบอาหารชุดแล้วก็สามารถสั่ง A la carte แยกตั้งหากได้ ทั้งนี้วันที่ผมไปรับประทานกับเพื่อนนั้นได้สั่งอาหารแบบชุดกัน เราจะมาลองดูเมนูอาหารกัน

IMG_0043.jpg

เริ่มต้นด้วยอาหารต้อนรับแขกกับ ม้าฮ่อ อาหารที่หลาย ๆ คนจะหลงลืมไปแล้ว เพราะเป็นอาหารที่หารับประทานยากมากในปัจจุบันนี้ โดยรสชาติแล้วจะคล้ายกับไส้สาคูไส้หมู  โดยจะเป็นถั่วลิสงกวนกับน้ำตาล เนื้อหมูและเครื่องปรุงวางบนสับปะรด เวลาทานจะได้รสหวานมัน ตัดเปรี้ยวอย่างทันที เป็นของรับประทานที่จะรู้สึกเพลิดเพลินในการรับประทาน

IMG_0049.jpg

จานต่อมาคือ Canape หรืออาหารว่าง 4 อย่างที่จะประกอบด้วย ขนมเบี้ยงปู ขนมฝอย หมูซ่าใส่กุ้งมังกร และห่อหมกหอยเชล์ โดยขนมเบื้องนั้นมีความกรอบมันอร่อยอย่างมากที่เข้ากับมะพร้าวที่ใส่มา ขนมฝอยที่ดูสวยงามรสชาติหวานอร่อยเป็นไข่ที่หวานมัน ไส้กุ้งมีความกรุบกรอบของอัลมอนด์และความสดชื่นของมะกรูด  หมูซ่าใส่กุ้งมังกรเป็นเมี่ยงที่ทานแล้วได้รสของมะพร้าว เปรี้ยวหวานพร้อมกันกับรสของกุ้งมังกรออกมา และหอบเชลล์ที่เครื่องแกงเข้ากันได้อย่างดีกับหอยเชลล์ครบเครื่องและเพลิดเพลินในปากอย่างมาก

IMG_0051.jpgIMG_0052.jpgIMG_0053.jpgIMG_0050.jpgIMG_0054.jpg

ต่อมาเป็นซุป ที่ผมสั่งคือ แกงจืดที่มีเนื้อเป็ดและกุ้งลอปสเตอร์ที่ทำออกมาเป็นเม็ดไข่มุก รสชาติจะเป็นจืดเค็มที่ความอร่อยของเนื้อเป็ดกับเลือดเป็ดตัด และได้ความเข้มข้นของกุ้งลอปสเตอร์ในเม็ดไข่มุกขึ้นมา IMG_0056.jpg

อาหารจานหลักจะออกมาพร้อมกันในคราวนี้คือเครื่องจิ้ม ยำ แกง และของทอด นึ่ง ต้ม ย่าง ซึ่งทางผมได้สั่งไปเป็น หลนเคยสด พล่าหอยเชลล์ แกงมั่สมั่นหางวัวและปลาทอดกับน้ำปลาตะใคร้  ซึ่งรสชาติของหลนนั้นมีความอร่อยมาก มันในปาก รสชาตกระแทกปากอย่างดีด้วยความมัน ต่อมาคือพล่าหอยเชลล์ รสชาติที่มีมะพร้าวตัดรสชาติเปรี้ยวและความมันของหอยเชลล์ที่สดใหม่พอดีอย่างมาก ต่อมาคือแกงมัสมั่น ซึ่งอันนี้ถ้าเป็นคนไทยที่ชอบรสจัดแล้วจะเฉย ๆ เพราะรสชาตไม่ได้จัดจ้านแบบคนที่ทานเผ็ดเป็นปกติจะชอบ แต่รสชาตจะเผ็ดพอดี ๆ ให้สามารถทานได้อย่างต่อเนื่องเข้ากับเนื้อวัวที่เนื้อล่อนออกจากกระดูกได้อย่างดีมีมันเนื้อติดมาเล็กน้อย สุดท้ายคือปลาทอดกับน้ำปลาตะไคร้ ซึ่งจัดวางปลามา 2 ตัวในรูปปลากินหางกัน รสชาติเหมือนตำหรับอาหารที่บ้านทำหรือคนเฒ่าคนแก่ทำอย่างมากได้รสเค็มเปรียวจากพริกน้ำปลามาอย่างดี

IMG_0064.jpgIMG_0063.jpgIMG_0061.jpgIMG_0059.jpgIMG_0067.jpg

เมื่อจบอาหารมื้อหลักทานร้านจะมีมะม่วงกับพริกเกลือให้ล้างปากกัน เพื่อเตรียมเข้าเมนูของหวาน ซึ่งเมนูของหวานนั้นผมเลือก มะกรูดลอยแก้วกับขนมใส่ไส้ รสชาตของของหวานกับมะกรูดนั้นผมไม่เคยคิดมาก่อนว่ามะกรูดจะมาทำขนมได้รสชาติที่เข้ากับน้ำลอยแก้วแบบนี้ รสชาตหวานเปรี้ยมและมีรสขมของมะกรูดนิด ๆ ออกมา ส่วนขนมใส้ใส้นั้นได้ความสดชื่นกรุบกรอบจากมะพร้าวและความมันหวานจากไส้และกระทิ

IMG_0069.jpgIMG_0068.jpg

ด้วยเมนูทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงในการรับประทานเหมือนร้านอาหาร Fine Dining โดยทั่วไป เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินเป็นอย่างดีเพราะความใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ ของเชฟ David Thompson กับการเลือกสิ่งต่าง ๆ มาทำอาหารและประสบการฯณ์ที่คนที่มารับประทานจะได้รับ เช่นข้าวต้องมาจากข้าวหอมมะลิยโสธรเท่านั้น และจานข้าวที่จะนำมาเสิร์ฟนั้นต้องอุ่นร้อนมาก่อนจากในครัวเพื่อให้ข้าวสวยที่ใส่ไปในจานนั้นจะไม่ชืดติดกันเร็วเกินไป นอกจากนี้จานกระเบื้องนั้นยังสั่งทำพิเศษจากโรงงานกระเบื้องที่ฝรั่งเศสเพื่อให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษในการเข้ากับวัฒนธรรมไทยที่จะยกอาหารแชร์กันไปมา สำหรับใครที่สนใจก็ลองสอบถามทางร้านหรือจองเข้าไปได้เลย

ร้าน Nahm

Nahm Bangkok, The Metropolitan Hotel Sathorn

Opening Hours:
Lunch: Monday – Friday, 12pm – 2pm
Dinner: Daily, 7pm -10.30pm (last order)
Tel. +66 2 625 3388
email : nahm.met.bkk@comohotels.com
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s